Web Analytics

7 อันดับ ไพรเมอร์ รุ่นไหนดี อัพเดทล่าสุดปี 2567

พบกับส่วนลด โปรโมชั่น ราคาถูก มีให้เลือกหลากหลาย - โปรส่งฟรี ส่งไว เก็บเงินปลายทาง ช้อปออนไลน์ 24 ชั่วโมง จัดเต็มกับโปรโมชั่นมากมาย พร้อมส่วนลดแบบจุกๆ ลดพิเศษสูงสุดมากถึง 70% พลาดไม่ได้ ต้องร้านแนะนำของเราเท่านั้น
คุณภาพดี ราคาที่ไม่แพง เราอยากนำเสนอ ไพรเมอร์  สินค้าทางอินเตอร์เน็ต  ราคาพิเศษส่งให้คุณลูกค้าถึงหน้าบ้าน สั่ง ไพรเมอร์  ไป ราคาถุกกว่าร้านอื่นๆ สินค้าใส่ซองกันกระแทกมาตอนจัดส่งให้ด้วย ส่งเร็วทันใจ คุณภาพเยี่ยมพอดีเห็น ลดราคาลงมาอีก สินค้าดีๆ ราคาถุก ส่งไว คุณภาพเกินราคา ได้ลองแล้วนับว่าดีเลยทีเดียว ไม่พบปัยหาเลยกับทางร้านค้า

     
คุณรู้หรือไม่ ? นอกจากไพรเมอร์ มีเรื่องที่ต้องพิจารณาก่อนตัดสินใจซื้ออีกมากมายไม่ว่าจะเป็นดีไซน์ สี ขนาด ราคา วัสดุที่ใช้และน้ำหนักซึ่งปั จจัยเหล่านี้ขึ้นอยู่กับความชอบและลักษณะ ซึ่งมีทั้ง ไพรเมอร์ และการใช้ของแต่ละบุคคล ดังนั้นหากคุณเป็นคนหนึ่งที่กำลังมองหา ไพรเมอร์ วันนี้ทางเราได้จัด แนะนำ ไพรเมอร์ยี่ห้อดีต่อใจมาให้คุณแล้ว!

"ไพรเมอร์" ถือเป็นหนึ่งในเครื่องสำอางที่ขาดไม่ได้สำหรับผู้หญิง เพราะช่วยให้สามารถลงรองพื้นได้อย่างเรียบเนียนและช่วยให้เมคอัพติดทนนานยิ่งขึ้น อย่างไรก็ตาม ผู้หญิงส่วนใหญ่มักจะเลือกซื้อจากการอ่านรีวิวบนอินเทอร์เน็ตเพียงอย่างเดียว ซึ่งนั่นอาจไม่เพียงพอต่อการเข้าถึงวิธีการเลือกไพรเมอร์อย่างถูกต้อง เพราะการเลือกผลิตภัณฑ์ให้เหมาะกับเรายังมีอีกหลายอย่างที่ต้องคำนึงถึง


ดังนั้น เราจึงได้รวบรวมข้อมูลที่จำเป็นทั้งหมดมาไว้ให้กับสาว ๆ แล้ว ทั้งหัวข้อ “วิธีการเลือกไพร์เมอร์” พร้อมกับ 10 อันดับ ไพรเมอร์ ยอดฮิตขายดี ที่ผ่านการเปรียบเทียบคุณสมบัติ ราคาและรีวิวมาแล้ว เพื่อให้ได้ข้อมูลที่น่าเชื่อถือและน่าสนใจสำหรับสาว ๆ ทุกคน โดยแต่ละหัวข้อจะมีรายละเอียดเป็นอย่างไรบ้าง ตามไปอ่านกันเลยดีกว่าค่ะ

"ไพรเมอร์" คือ Base Makeup ประเภทหนึ่งที่ใช้ทาก่อนลงรองพื้นเพื่อช่วยปรับสภาพผิวให้ดีขึ้น โดยไพร์เมอร์จะมีอยู่ด้วยกันหลายสูตร เพื่อให้สาว ๆ เลือกใช้งานตามปัญหาผิวที่กังวล เช่น สูตรช่วยเบลอรูขุมขน, สูตรช่วยควบคุมความมัน, สูตรช่วยกลบรอยดำรอยแดง หรือแม้กระทั่งสูตรที่ช่วยปรับสภาพสีผิวให้ดูสว่าง กระจ่างใสขึ้น ดังนั้น สาว ๆ จึงควรเลือกซื้อไพร์เมอร์โดยคำนึงถึงปัญหาผิวของตนเองมากกว่าที่จะเชื่อจากการอ่านรีวิวเพียงอย่างเดียวนะคะ


นอกจากจะช่วยในการปรับสภาพสีผิวแล้ว ไพร์เมอร์ยังมีคุณสมบัติที่ช่วยให้เมคอัพติดทนนานขึ้นอีกด้วยนะคะ และสำหรับไพรเมอร์ที่เป็นแบบสีต่าง ๆ บางยี่ห้อจะเรียกว่า "เบส" แทนค่ะ ซึ่งจุดนี้อาจทำให้สาว ๆ รู้สึกสับสนเล็กน้อย แต่เมื่อพูดถึงคุณสมบัติจะพบว่าเบสใช้งานเหมือนกันกับไพร์เมอร์เลย ดังนั้น ไม่ว่าจะชื่อไหนก็สามารถเรียกได้ตามสะดวกเลยค่ะ

การเลือกซื้อไพรเมอร์มีหลักอยู่ 4 ข้อที่ต้องใส่ใจ ได้แก่ สภาพผิว, สีของไพรเมอร์, ส่วนผสมและปริมาณ ซึ่งทุกหัวข้อล้วนแล้วแต่มีความสำคัญทั้งนั้นเลย เราไปดูกันดีกว่าค่ะว่า แต่ละหัวข้อมีรายละเอียดอย่างไรบ้าง

สภาพผิวเป็นสิ่งที่ต้องคำนึงเป็นอันดับแรกเลยเวลาเลือกซื้อไพร์เมอร์รวมถึงเมคอัพต่าง ๆ โดยทุกคนควรสังเกตว่า ตัวเองมีสภาพผิวหน้าเป็นอย่างไร ซึ่งโดยปกติแล้วสภาพผิวหน้าของแต่ละคนจะแบ่งออกเป็น 4 ลักษณะ ตามด้านล่างนี้เลยค่ะ

"ความมัน" เกิดจากรูขุมขนบนใบหน้าระบายน้ำมัน (Sebum) ออก ยิ่งรูขุมขนกว้างมากเท่าไร ก็ยิ่งมีน้ำมันมากเท่านั้น โดยน้ำมันจะเคลือบทั้งผิวหน้าในปริมาณมากตลอดทั้งวัน ส่งผลให้เมคอัพของเราหลุดเลือนออกไปได้ง่าย ไพรเมอร์ที่เหมาะกับสภาพผิวประเภทนี้ จึงควรมีคุณสมบัติในการช่วยควบคุมความมันและในขณะเดียวกันยังต้องช่วยเบลอรูขุมขนให้เล็กลงด้วยนะคะ

ลักษณะของผิวประเภทนี้จะตรงกันข้ามกับสภาพผิวมันเลยล่ะค่ะ เพราะเป็นผิวหน้าที่มีน้ำมันเคลือบอยู่น้อยเกินไป จนทำให้ผิวหน้าแห้งหรือลอกเป็นขุย เวลาลงรองพื้นจึงออกมาไม่เรียบเนียน ไพรเมอร์ที่เหมาะกับสาว ๆ ที่มีสภาพผิวแบบนี้ จึงควรเป็นสูตรที่ให้มีความชุ่มชื้นสูง เพื่อช่วยให้ใบหน้าของคุณดูอิ่มน้ำแลดูมีสุขภาพดีมากขึ้น นอกจากนี้ ยังเป็นสูตรที่ให้ฟินิชลุคแบบผิวใสแวววาวอีกด้วยค่ะ

ลักษณะของผิวประเภทนี้จะเป็นการผสมกันระหว่างผิวมันกับผิวแห้งค่ะ โดยบริเวณ T-Zone (หน้าผาก จมูกและคาง) จะมีความมัน ในขณะที่ส่วนอื่น ๆ บนผิวหน้าจะแห้งผาก หากเป็นไปได้ เราขอแนะนำให้เลือกซื้อไพรเมอร์ 2 สูตรค่ะ โดยสูตรแรกจะเป็นการใช้สูตรที่ให้ความชุ่มชื้นตรงบริเวณผิวที่แห้ง และสูตรที่สองจะเป็นการใช้สูตรสำหรับควบคุมความมันตรงบริเวณที่ผิวมันเยิ้ม แต่ถ้าใครต้องการประหยัดงบ ให้ลองใช้วิธีลงสกินแคร์ที่ให้ความชุ่มชื้นบริเวณผิวที่แห้งก่อน แล้วค่อยใช้ไพรเมอร์สูตรคุมมันบริเวณ T-Zone ก็พอค่ะ

สาวผิวแพ้ง่ายต้องระวังการเลือกเครื่องสำอางหน่อยนะคะ โดยเราขอแนะนำให้เลือกซื้อสูตรที่ผ่านการรับรองจากแพทย์ผิวหนังแล้วว่า จะไม่ก่อให้เกิดอาการแพ้หรือปราศจากสารที่ทำให้เกิดการระคายเคือง เช่น น้ำหอม แอลกอฮอล์และสารพาราเบน และควรจะมีเนื้อสัมผัสแบบน้ำเพื่อช่วยให้เกลี่ยง่าย ทาแล้วบางเบา จะได้รบกวนผิวน้อยลงค่ะ ที่สำคัญ อย่าเลือกสูตรที่ติดทนนานมากไปนะคะ เพราะจะล้างออกยาก ส่งผลให้คุณต้องเช็ดถูบริเวณใบหน้ามากขึ้นอีก ซึ่งจะทำให้ผิวเกิดการระคายเคืองได้นั่นเองค่ะ

ผู้เขียนขออนุญาตแบ่งสีของไพรเมอร์ออกเป็น 2 กลุ่ม ได้แก่ กลุ่มไม่มีสี และกลุ่มมีสี ซึ่งกลุ่มที่สองนี้บางยี่ห้อจะเรียกว่า "เบส" และตัวเบสหรือไพรเมอร์นี้จะมีคุณสมบัติที่แตกต่างกันไป โดยแต่ละกลุ่มจะมีคุณสมบัติเป็นอย่างไร ไปอ่านกันเลยค่ะ

แม้จะบอกว่าเป็นไพรเมอร์สีใส แต่ไพรเมอร์สีเนื้อหรือสีขาวขุ่นก็ถือว่ามีคุณสมบัติแบบเดียวกันด้วย โดยเมื่อทำการทาลงไปแล้วเนื้อไพรเมอร์จะกลมกลืนกับสีผิว จึงทำให้ใช้ได้กับทุกสภาพสีผิวเลยล่ะค่ะ อย่างไรก็ตาม ส่วนใหญ่แล้วไพรเมอร์กลุ่มนี้ไม่ได้มีจุดประสงค์เพื่อกลบรอยแดงหรือรอยดำจากสิว แถมยังไม่ได้ใช้เพื่อปรับสีผิวให้ดูกระจ่างใส แต่มักถูกพัฒนาให้มีเนื้อที่เนียนลื่น เพื่อช่วยเติมเต็มรูขุมขน เติมร่องลึก และช่วยเคลือบผิวหน้าให้เรียบเนียน เมื่อลงรองพื้นแล้วผิวจึงดูสมบูรณ์แบบมากขึ้นค่ะ

ไพรเมอร์สีเขียวจะช่วยให้สีของรอยสิวหรือรอยแดงดูจางลง ช่วยให้ลงรองพื้นทับสีผิวแล้วดูสม่ำเสมอมากยิ่งขึ้น นอกจากนี้ สีเขียวยังช่วยให้สาว ๆ ที่มีผิวโทนเหลืองดูสว่างขึ้น 1 เฉดอีกด้วย อย่างไรก็ตาม ไพรเมอร์สีนี้ไม่เหมาะกับผู้ที่มีผิวคล้ำนะคะ เพราะถ้าใช้แล้วหน้าจะดูเทาได้ นอกจากนี้ แม้ว่าจะปกปิดริ่วรอยจากสิวได้ดี แต่ไพรเมอร์ก็ไม่ได้มีคุณสมบัติปกปิดรอยนะคะ ทำได้เพียงแค่ปรับสภาพสีผิวเท่านั้น ดังนั้น เราจึงต้องใช้การปกปิดควบคู่กับคอนซีลเลอร์หรือรองพื้นเพื่อประสิทธิภาพที่ดียิ่งขึ้นค่ะ

ไพรเมอร์สีนี้จะเหมาะกับสาว ๆ ที่มีสีผิวน้ำผึ้งหรือสาวผิวเข้มค่ะ โดยสีส้มจะช่วยปรับสีผิวของคุณให้ดูสว่างขึ้นได้ อย่างไรก็ตาม ต้องไม่ลืมดูความเข้มของสีส้มด้วยนะคะ ถ้าหากคุณมีผิวสีน้ำผึ้งให้เลือกไพรเมอร์ที่เป็นแบบสีส้มอ่อนหรือแบบที่สีออกเนื้อ ๆ ก็พอแล้ว แต่ถ้าคุณมีสีผิวโทนเข้มกว่าก็ให้เลือกสีส้มเข้มแทนค่ะ นอกจากจะใช้ในการปรับสภาพสีผิวของสาว ๆ ผิวเข้มได้แล้ว ไพรเมอร์สีส้มยังสามารถใช้แต่งแต้มเพิ่มความแดงระเรื่อให้กับสาวผิวขาวได้อีกด้วยนะคะ ถือว่านำมาใช้แทนบลัชออนได้ในบางกรณีเลยล่ะค่ะ

ไพรเมอร์สีนี้เหมาะกับผู้ที่มีผิวขาวอมชมพู เพราะจะช่วยให้สีเส้นเลือดฝอยดูจางลงและปรับสีผิวให้แลดูมีเลือดฝาดมากขึ้น รวมทั้งยังเหมาะกับผู้ที่ต้องการความกระจ่างใสอย่างเป็นธรรมชาติอีกด้วย อย่างไรก็ตาม แนะนำว่าให้ใช้ทีละน้อย ๆ นะคะ เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดอาการหน้าเทาค่ะ

ไม่ว่าจะสีผิวโทนไหน ๆ ผิวหน้าของเราก็สามารถหมองคล้ำได้หากดูแลไม่ดีพอ ไพรเมอร์สีนี้จะช่วยปรับสภาพสีผิวที่ขาดการดูแลให้แลดูสดใสเปล่งปลั่งขึ้น เมื่อลงรองพื้นแล้วก็จะยิ่งสมบูรณ์แบบมากขึ้นไปอีกค่ะ อย่างไรก็ตาม ต้องระวังปริมาณการใช้ในแต่ละครั้งด้วยนะคะ เพราะถ้ามากเกินไปก็จะทำให้หน้าของเรากลายเป็นหน้าเทาเอาได้เช่นกันค่ะ

สาว ๆ ผิวสีน้ำผึ้งคนไหนที่มีปัญหาสีผิวไม่สม่ำเสมอ เราขอแนะนำให้ใช้ไพรเมอร์สีนี้เลยค่ะ เพราะสีเหลืองจะช่วยปรับสีผิวให้นวลเนียน ดูเป็นโทนเดียวกันมากขึ้น นอกจากนี้ ยังช่วยอำพรางรอยดำต่าง ๆ ได้อีกด้วย เมื่อลงรองพื้นแล้วผิวจึงดูสม่ำเสมอเรียบเนียนมากขึ้นค่ะ

โดยปกติแล้ว ไพรเมอร์แต่ละสูตรจากแต่ละแบรนด์จะมีส่วนผสมที่ไม่แตกต่างกันมากค่ะ แต่จะมีบางจุดที่สาว ๆ ควรเอาใจใส่ คือ หากคุณเป็นคนมีสภาพผิวแห้ง ให้เลือกซื้อสูตรที่มีส่วนผสมของมอยเจอร์ไรเซอร์ เช่น กรดไฮยาลูรอนิค, สารสกัดจากว่านหางจระเข้ หรือวิตามินอี ในทางกลับกันหากคุณมีสภาพผิวมัน ให้เลือกใช้ไพรเมอร์สูตร Oil-Free และหลีกเลี่ยงไพรเมอร์เนื้อซิลิโคน เพราะซิลิโคนอาจจะเพิ่มโอกาสในการดูดซึมสารต่าง ๆ มากขึ้น ทำให้รูขุมขนอุดตันได้ง่าย นอกจากคุณจะมั่นใจว่าสามารถทำความสะอาดผิวหน้าได้ดีจริง ๆ ก็สามารถใช้ได้ไม่มีปัญหาค่ะ

ตามพฤติกรรมการใช้ไพรเมอร์โดยทั่วไปแล้ว การแต่งหน้า 1 ครั้งจะใช้ไพรเมอร์ปริมาณไม่เกิน 1 เมล็ดข้าวโพด เมื่อเทียบกับอายุการใช้งานหลังจากมีการเปิดผนึกผลิตภัณฑ์ครั้งแล้วที่อยู่ระหว่าง 12 เดือนนั้นทำให้สาว ๆ ต้องคำนวนจำนวนครั้งในการแต่งหน้าของตนเองให้ดีนะคะ หากแต่งหน้าไม่บ่อยหรือเฉพาะในโอกาสสำคัญ ๆ เราขอแนะนำให้ซื้อไพรเมอร์ขนาดทดลองหรือขนาดเล็กมาใช้ก่อนจะดีกว่าค่ะ ส่วนสาว ๆ ที่แต่งหน้าเป็นประจำทุกวันอยู่แล้ว ก็สามารถซื้อขนาดปกติหรือขนาดใหญ่สุดมาใช้ได้เลย เพื่อความคุ้มค่าของงบประมาณและระยะเวลาในการใช้งานค่ะ

อย่างที่เพื่อน ๆ ทราบกันแล้วว่าไพรเมอร์จะช่วยปรับสภาพผิวให้เรียบเนียนก่อนแต่งหน้าและจะทำให้แต่งหน้าติดทนได้มากขึ้น แต่หากใครที่ผิวมันมาก ๆ ก็คงจะกังวลว่าไพรเมอร์สูตรปกติจะเอาอยู่รึเปล่าใช่ไหมล่ะคะ เราแนะนำให้ดูบทความ 'ไพรเมอร์คุมมัน' ไว้เป็นทางเลือกเพื่อความสบายใจของสาว ๆ ค่ะ

ต่อไป เราจะมาแนะนำไพรเมอร์ที่ใช้งานได้ดีจากหลากหลายสีและหลากหลายสูตรให้กับทุกคนกันค่ะ สาว ๆ อาจพบว่ามีไพรเมอร์ที่น่าใช้งานและเข้าตามากมาย แต่อย่าลืมนะคะว่าควรคำนึงถึงสภาพผิวของตนเองก่อนเลือกซื้อด้วย

ไพรเมอร์จากแบรนด์ของทางฝั่งอังกฤษตัวนี้ ได้รับการรีวิวมากมายจากหลายเว็บว่า เป็นไพรเมอร์สีใส ใช้ได้กับทุกสภาพผิว ช่วยอำพรางรูขุมขนได้ดี ปรับสภาพผิวให้เรียบเนียนพร้อมสำหรับการลงรองพื้น ช่วยให้ผิวหน้าดูอิ่มฟูเหมือนผ่านการบำรุงมา พร้อมมีคุณสมบัติช่วยคุมมันในระดับหนึ่ง นอกจากนี้ยังพบว่า ในระหว่างวันเครื่องสำอางไม่ค่อยลบเลือน เมื่อเทียบคุณภาพกับราคาแล้วถือว่าคุ้มค่ามากเลยค่ะ แต่หลังจากทาแล้วควรปล่อยให้ไพรเมอร์เซ็ตตัวเป็นเวลาอย่างน้อย 1 นาทีก่อนแล้วจากนั้นค่อยเมคอัพตามทีหลังนะคะ

อีกหนึ่งไพรเมอร์ที่หลายคนเทใจเลือกซื้อ ตัวเนื้อสัมผัสของไพรเมอร์ออกไปทางเหลวใส มีส่วนผสมที่น่าสนใจอย่าง Peptide Expert ที่ช่วยให้ผิวชุ่มชื้น และ White Sapphire ที่ช่วยเพิ่มความเปล่งประกายให้ใบหน้าดูผ่องใส จึงเหมาะสำหรับสาวที่มีผิวแห้ง แต่ตัวนี้พิเศษไปอีกขั้นเพราะออกแบบมาให้สาวผิวมันหรือผิวผสมใช้ได้เช่นกันค่ะ นอกจากนี้ หลายคนยังรีวิวว่า เป็นไพรเมอร์ช่วยปรับสภาพผิวให้เรียบเนียนขึ้น ลงรองพื้นแล้วผิวดูสวยกว่าที่ปกติ ช่วยควบคุมความมันในระดับหนึ่ง และยังช่วยให้เมคอัพติดทนนานขึ้นอีกด้วยค่ะ

ตามมาด้วยไพรเมอร์ที่สาวไทยหลงรัก เพราะเป็นสูตรควบคุมความมันพร้อมช่วยเบลอรูขุมขน โดยปราศจากน้ำมัน เนื้อไพรเมอร์มีสีเนื้อ แต่ทาแล้วโปร่งแสง มีสัมผัสที่บางเบาไม่หนักหน้า ทาแล้วแนบเนียนไปกับผิว ปรับสภาพผิวให้เนียนลื่นเพื่อลงรองพื้นง่ายขึ้น หลายคนรีวิวว่าช่วยให้เมคอัพติดทนนานขึ้นประมาณหนึ่ง เมื่อเทียบกับราคาแล้วถือว่าน่าสนใจไม่น้อยเลยค่ะ อย่างไรก็ตาม สูตรนี้ไม่เหมาะกับคนที่เป็นสิวง่ายนะคะ เพราะเป็นสูตรที่มีมีซิลิโคน ซึ่งอาจไปอุดตันที่ผิวได้ แต่หากใครไม่มีปัญหาเรื่องนี้หรือมั่นใจในการทำความสะอาดผิวหน้าก็สามารถลองใช้ดูได้ค่ะ

ว่ากันว่าไพรเมอร์ตัวนี้ถือเป็นไอเทมในตำนานจาก USA เลยทีเดียวค่ะ โดยสูตรน่าสนใจไม่น้อยเลย เพราะเป็นสูตร Oil-Free ที่ช่วยคุมมันได้ดีและยังช่วยต่อต้านอนุมูลอิสระด้วยสารสกัดจากเมล็ดองุ่น, ชาเขียว, วิตามินเอและซี โดยปราศจากพาราเบน, ซัลเฟลตและน้ำหอม จากรีวิวบอกว่ามีเนื้อสีใส เข้าได้กับทุกสีผิว สัมผัสบางเบา เกลี่ยง่าย ทาแล้วรูขุมขนดูเล็กลง ผิวหน้าดูเรียบเนียน ลงรองพื้นแล้วผิวดูสวย และยังช่วยให้เมคอัพติดทนนานขึ้นอีกด้วย โดย 1 หลอดสามารถใช้ได้นานหลายเดือน แตเมื่อใช้แล้วต้องระมัดระวังเรื่องของการทำความสะอาดนะคะ เพราะถ้าล้างออกไม่หมดอาจเจอกองทัพสิวอุดตันมาบุกได้ค่ะ

หากคุณกำลังตามหาไพรเมอร์ที่ช่วยควบคุมความมัน ปรับสภาพผิวให้เรียบเนียน และเบลอรูขุมขน โดยให้สัมผัสที่เบาสบายผิวและเป็นธรรมชาติสูง เราขอแนะนำไพรเมอร์จากแบรนด์ของนักร้องสาวอย่างริฮานน่าตัวนี้เลยค่ะ ตัวเนื้อไพรเมอร์มีสีขาวขุ่น แต่ทาแล้วไม่ออกสี เนื้อนุ่มละมุน ทาแล้วซึมซาบไปกับผิว ใช้นิดเดียวก็เกลี่ยได้ทั้งหน้า ทาแล้วได้ฟินิชลุคแบบแมตต์ และช่วยให้เมคอัพติดทนนานขึ้น แถมยังมีกลิ่นหอมอ่อน ๆ ช่วยให้ผ่อนคลายจนหลายคนที่ใช้ต่างเทใจยกให้เป็นหนึ่งในลูกรัก ใครที่มีงบแนะนำเลยค่ะ รับรองว่าไม่ผิดหวัง

สาวผิวมันหรือผิวผสมต้องรักไพรเมอร์ตัวนี้ค่ะ เพราะช่วยควบคุมความมันส่วนเกินได้นานสูงสุด 12 ชั่วโมงและให้ฟินิชลุคแบบแมตต์ที่แมตต์มาก ๆ รับรองว่าสาวคนไหนชอบลุคนี้ต้องถูกใจแน่นอนค่ะ เนื้อครีมบางเบาสีเนื้อ แต่ทาแล้วจะเปลี่ยนเป็นสีใส ใช้ครั้งหนึ่งไม่ต้องเยอะก็เกลี่ยได้ทั่วหน้า ทาแล้วไม่หนักผิว ไม่ทำให้หน้าเป็นขุย ช่วยอำพรางรูขุมขนได้ดี และเมคอัพติดทนนานขึ้น อย่างไรก็ตาม เนื้อไพรเมอร์ค่อนข้างแน่นมากนะคะ ต้องวอร์มก่อนและต้องรีบเกลี่ยให้เร็วที่สุด ไม่เช่นนั้นผลลัพธ์อาจออกมาไม่ดีพอค่ะ ส่วนสาวผิวผสมแนะนำให้ทาเฉพาะบริเวณ T-Zone ก็พอค่ะ เพราะส่วนที่ไม่มันอาจจะแห้งตึงจนเกินไปนั่นเอง

ไพรเมอร์รุ่นนี้มาในรูปแบบแท่งสุดทันสมัย ที่ต้องใช้การหมุนเพื่อให้เนื้อครีมออกมา จึงใช้งานง่ายและรวดเร็วยิ่งขึ้น แถมยังควบคุมปริมาณได้ดีอีกด้วย จากรีวิวบอกว่าเนื้อครีมเกลี่ยง่าย มีสีชมพูผสมชิมเมอร์ละเอียดช่วยปรับสีผิวให้กระจ่างใสแลดูมีสุขภาพดี และยังช่วยเบลอรูขุมขนให้ดูเรียบเนียนมากขึ้น ไม่เป็นคราบระหว่างวัน บางคนยังบอกอีกด้วยว่า สามารถช่วยให้รอยแดงดูจางลงได้ อย่างไรก็ตาม รุ่นนี้จะให้ความแวววาวที่ดูเป็นธรรมชาติ หากสาว ๆ คนไหนที่ชอบลุคโกลว์ ๆ แบบสาวเกาหลีอาจจะไม่ถูกใจสิ่งนี้ก็เป็นได้ค่ะ

เลือกซื้อไพรเมอร์ที่เหมาะกับคุณได้อย่างจุใจ ด้วย 5 สูตรน่าค้นหาจาก Laura Mercier ที่ถึงแม้ว่าแต่ละสูตรจะมีเอกลักษณ์ด้านการปกป้องและการบำรุงที่ไม่เหมือนกัน แต่คอนเซ็ปต์หลักโดยรวมของไพรเมอร์ตัวนี้จะเน้นไปที่ความเบาสบาย ทาแล้วไม่รู้สึกเคืองบนใบหน้า และยังมีคุณสมบัติในการช่วยกักเก็บคุณค่าจากสกินแคร์ไว้บนผิว เพื่อช่วยฟื้นบำรุงอย่างเต็มประสิทธิภาพ ซึ่งยังไม่นับรวมกับส่วนผสมดี ๆ ที่ทางแบรนด์ใส่ไว้ในแต่ละสูตรเพื่อช่วยดูแลสุขภาพผิวหน้าอีกขั้น เช่น ช่วยเพิ่มความเยาว์วัย เพิ่มความชุ่มชื้น และปกป้องจากแสงแดด เป็นต้น นอกจากนี้ ยังเป็นไพรเมอร์ที่ปราศจากซิลิโคน จึงไม่ก่อให้เกิดการอุดตันค่ะ

เป็นหนึ่งในไพรเมอร์ที่ได้รับความนิยมอย่างต่อเนื่อง ด้วยเนื้อสีขาวขุ่น ใช้ได้กับทุกสีผิว สัมผัสบางเบา เกลี่ยง่าย ทาแล้วรูขุมขนดูเล็กลง อำพรางรอยแดงและรอยสิว ช่วยปรับสภาพผิวให้เรียบเนียนและกระจ่างใสขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติ พร้อมช่วยควบคุมความมันในระดับหนึ่ง ช่วยให้สัมผัสเบาสบายไม่หนักผิว แถมยังมีคุณสมบัติที่ช่วยกันแดดได้อีกต่างหาก เมื่อเทียบกับราคาแล้วถือว่าคุ้มค่ามากเลยค่ะ เพราะคุณสมบัติครบครันถึงขนาดที่ว่า ไม่ต้องทาครีมบำรุงผิวเพิ่มให้ยุ่งยากหรือเปลืองเวลาก็เอาอยู่ จึงไม่น่าแปลกใจที่สูตรนี้กลายเป็นลูกรักของใครหลายคนค่ะ

เป็นอีกหนึ่งไพรเมอร์ที่หลายคนต่างพูดถึงทั้งในและต่างประเทศค่ะ โดยสูตรนี้โดดเด่นด้วยเนื้อสัมผัสที่นุ่มละมุนไปกับผิวหน้า ช่วยอำพรางรูขุมขน ปรับสภาพผิวให้เรียบเนียน ช่วยให้ลงรองพื้นง่ายขึ้น สีเนื้อเข้าได้กับทุกสีผิว พร้อมช่วยควบคุมความมันได้ดี เครื่องสำอางจึงไม่ค่อยลบเลือนระหว่างวัน สามารถใช้งานได้สะดวกเพราะจะใช้ก่อนหรือหลังการลงเมคอัพก็ได้ค่ะ นอกจากนี้ยังมีส่วนผสมของวิตามินอีช่วยปกป้องผิวจากอนุมูลอิสระและเป็นสูตร Oil-Free จนใครที่ได้ลองใช้ต่างชื่นชอบ ถ้าใครไม่รู้จะซื้อสูตรไหนดี ทางเราก็อยากแนะนำให้ลองตัวนี้เลยค่ะ

เป็นอย่างไรกันบ้างคะ ตอนนี้สาว ๆ ได้ผลิตภัณฑ์ที่เหมาะกับตัวเองหรือยัง ขอเดาว่าตอนนี้มีหลายคนลังเลไม่รู้ว่าจะเลือกซื้อชิ้นไหนดี นั่นก็ดี นี่ก็ดีไปหมด ถ้าอย่างนั้นลองทบทวนวิธีการเลือกอีกครั้งหนึ่งค่ะ โดยให้เริ่มเลือกซื้อจากไพรเมอร์ที่เหมาะกับสภาพผิวของเรา จากนั้นคำนึงถึงโทนสี ตามด้วยส่วนผสมและปริมาณเป็นอย่างสุดท้าย เมื่อได้รุ่นที่น่าสนใจแล้วจากนั้นให้เปรียบเทียบรีวิวของแต่ละรุ่นอีกทีหนึ่งค่ะ เพียงเท่านี้เราก็จะได้สิ่งที่เหมาะกับเราที่สุดแล้ว


เมื่อมีไพรเมอร์ดี ๆ ใช้แล้ว อย่าลืมหาซื้อรองพื้นที่เหมาะกับคุณด้วยนะคะ เพื่อให้ได้ฟินิชลุคที่สมบูรณ์แบบที่สุด เสริมให้คุณมั่นใจมากขึ้น